เล่าเรื่องยังไงให้ทัชใจแบบ ‘Pixar’

Toy Story, Finding Nemo, Up, Monster inc, Coco, หรือผลงานล่าสุดอย่าง Soul อนิเมชั่นเหล่านี้ เรื่องไหนบ้างที่อยู่ในใจเรา? วันนี้ #Agenda จะมาบอกเคล็ดลับ จากหนึ่งในบทเรียนจากคลาสออนไลน์ฟรี ที่น่าสนใจอย่าง The Art of Story Telling ‘เล่าเรื่องยังไงให้ทัชใจแบบ Pixar’

Toy Story, Finding Nemo, Up, Monster inc, Coco, หรือผลงานล่าสุดอย่าง Soul อนิเมชั่นเหล่านี้ เรื่องไหนบ้างที่อยู่ในใจเรา?

วันนี้ #Agenda จะมาบอกเคล็ดลับ จากหนึ่งในบทเรียนจากคลาสออนไลน์ฟรี ที่น่าสนใจอย่าง The Art of Story Telling ‘เล่าเรื่องยังไงให้ทัชใจแบบ Pixar’ 

————-

ทุกคนคือ ‘นักเล่าเรื่อง’

ดึงประสบการณ์และความรู้สึกส่วนตัวแต่ละคนมาใช้ 

แม้ให้เล่าเรื่องเดียวกัน แต่ไม่มีทางที่เราจะเล่าเรื่องออกมาได้เหมือนกันเป๊ะๆ ในทีมจึงถือว่าประสบการณ์แต่ละคนเป็นสิ่งสำคัญ

ลองนึกถึงอะไรง่ายๆ เช่น ตอนที่เศร้าที่สุด เรารู้สึกแบบไหน แล้วจะทำให้คนอื่นรู้สึกแบบเราได้ยังไง 

ตัดเหตุผล เปิดจินตนาการ

ใช้แนวคิด ‘จะเกิดอะไรขึ้นถ้า…’ ในการสร้างเรื่อง เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าของเล่นมีชีวิต จนเกิดเป็น Toy Story

————-

‘มิติตัวละคร’ ที่ทุกคนเข้าถึงได้

แรงบันดาลใจจาก ‘คนใกล้ตัว’ คนดูเลยเข้าถึงและเข้าใจ 

อย่างตัวละคร Carl คุณปู่ในเรื่อง Up ที่หนึ่งในทีม นำคุณพ่อของเขาเป็นต้นแบบในการสร้างท่าทางและอารมณ์ในช่วงที่นึกถึงคนรักอย่าง Ellie จนกลายเป็นซีนที่หลายๆคนยกย่องให้เป็นซีนที่ดีที่สุดของเรื่อง แม้จะเป็นช่วงสั้นๆแค่ 4 นาทีกว่าๆเท่านั้น

ความต้องการ, อุปสรรค, สิ่งที่ต้องเดิมพัน 

โดยเราต้องถาม ’ความต้องการ’ ของตัวละคร เติม ‘อุปสรรค’ เข้าไป ทำให้เกิดความพยายาม เห็นคุณค่าของการได้มา และให้ ‘เดิมพัน’ กับสิ่งที่ท้าทาย จะสร้างแรงผลักดันที่ดีให้กับตัวละคร ให้ฮึดสู้ ทำทุกอย่างให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ 

สร้าง ‘เส้นเรื่อง’ ให้ตัวละคร

‘ก่อนหน้า’ ตัวละครเป็นอย่างไร ‘ระหว่างทาง’ ตัวละครเจออะไรบ้าง และ ‘สุดท้าย’ ตัวละครเปลี่ยนไปเป็นยังไง

————-

‘โครงสร้างเรื่อง’ คือแผนที่ ถ้าดี คนดูก็ไม่หลง

ทำโครงเรื่องพื้นฐานให้แนบเนียน

ทุกๆเรื่องราว มักมีรูปแบบเป็นพื้นฐานอย่าง ‘เริ่ม เกิดบางสิ่ง จบ’ แต่ถ้าซับซ้อนขึ้น จะสร้างความแนบเนียน จนสุดท้ายผู้ชมจะไม่สังเกตและทำให้อินได้อย่างไม่น่าเชื่อ

สร้างลำดับขั้นตอนเรื่องให้ชัดเจน

เพื่อสื่อสารกับผู้ชมถึงสิ่งที่ต้องการสื่อ ตัวอย่างเช่น กาลครั้งหนึ่ง…ในทุกๆวัน…แต่ในวันหนึ่งเหตุการณ์…ก็เกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นเอง…และด้วยเหตุนั้นเอง… จนมาถึง…ในที่สุด 

คุม ‘ธีม’ และ ‘จบ’ เรื่องให้ได้

ทำธีมของเรื่องไปในทางเดียวกัน และจบเรื่องให้ได้ เพราะตอนจบ เป็นสิ่งที่ยากที่สุด ถึงจะไม่สมบูรณ์ ก็ค่อยกลับมาแก้ไขใหม่ได้

————-

ให้ ‘ภาพ’ เล่าเรื่อง แสงสีเสียงสื่ออารมณ์

ใช้ ‘เส้น’ แสดงถึงการเคลื่อนไหวและความรู้สึก

เส้นเป็นพื้นฐานง่ายๆ ที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวของตัวละคร และช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ใช้แสงและสี ทำให้เกิดโทนภาพที่แตกต่าง บ่งบอกถึงอารมณ์และความรู้สึก

ใช้มุมกล้องที่หลากหลาย ทำให้เกิดความโดดเด่น เช่น ฉากซ่อมตุ๊กตาวู้ดดี้อันน่าจดจำ

————-

ทีมงานสื่อสารกัน ให้ทุกคน ‘อิน’ ตาม

เล่าให้เกิด ‘จินตนาการ’ 

ที่ Pixar การเล่าเรื่องหรือนำเสนอเรื่อง ผู้เล่าจะต้องดึงจุดเด่นของบทสนทนาในเรื่องออกมาเป็นตัวอย่าง ใช้พลัง น้ำเสียงและจังหวะในการเล่าให้เหมาะสม ซึ่งจะทำให้ผู้ฟังเกิดจินตนาการตามไปด้วย

‘เสนอ’ บ่อยๆ เก็บ ‘ฟีดแบค’ ใหม่ๆเสมอ ทำซ้ำๆจนออกมาดีที่สุด

การเสนอซ้ำๆ ในทุกครั้งจะมีฟีดแบคใหม่ๆจากผู้ฟังเสมอ การแก้งานเป็นสิบๆครั้งใน Pixar ถือเป็นเรื่องปกติมาก เพราะจะต้องแก้จนกว่าเรื่องนั้นจะออกมาดีที่สุด เป็นที่พอใจของทุกๆคน

ฟีดแบคกันแบบจริงใจโดย ‘แซนด์วิชฟีดแบค’

ทุกคนจะฟีดแบคกันอย่างจริงใจ โดยมีเทคนิคเล็กๆเพื่อไม่ให้เสียกำลังใจ คือแซนด์วิชฟีดแบค ที่เริ่มต้นด้วยชั้นบนเป็นการชมอย่างจริงใจ ตรงกลางคือสิ่งที่ต้องการให้ปรับปรุงแก้ไขพร้อมแนวทางที่ทำให้งานดีกว่าเดิม และปิดด้วยชั้นล่างเป็นคำชมและการให้กำลังใจ

————-

Pixar เปิดคอร์สออนไลน์เบื้องหลังการทำอนิเมชั่น ‘Pixar in a box’ ที่สอนตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย ให้เรียนกันแบบฟรีๆ ที่ khanacademy ค่า

แหล่งข้อมูลkhanacademy, uxthai

Read More

ใหม่ล่าสุด