ใหญ่ฟัดใหญ่ สถานะแพลตฟอร์มเทรดคริปโตฯ ไทย ค่ายเขียว VS ค่ายเหลือง มีอะไรต้องจับตา

Highlight

การลงทุนเก็งกำไรใน ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ หรือ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ในประเทศไทย เติบโตอย่างก้าวกระโดด หากอ้างอิงจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่าจำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยมีมากถึง 1.4 ล้านบัญชี แม้ว่าจะน้อยกว่าจำนวนบัญชีในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 2.1 เท่า แต่อัตราการขยายตัวต่อเดือนสูงถึง 27.6% ขณะที่บัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มีอัตราเติบโตเพียง 2.9% ต่อเดือน

ความนิยมในการเทรดคริปโตฯ เป็นปุ๋ยชั้นยอดที่เร่งการเติบโตของ Exchange ที่เป็นตัวกลางเชื่อมการลงทุนกับนักลงทุนเข้าหากัน ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากมายที่เกิดขึ้นและแต่ละเจ้าก็มีจำนวนบัญชีผู้ใช้สูงหลายล้านบัญชี

ถ้าพูดถึง Exchange ที่มีความนิยมสูงและคุ้นหูมากที่สุดในไทย 2 รายแรก คงหนีไม่พ้น Bitkub vs Binance ซึ่งตั้งแต่เริ่มให้บริการในประเทศมามีกระแสตอบรับหลายมิติที่น่าสนใจ โดยเฉพาะระยะหลังที่การขยายตัวของบริษัทได้จับมือกับพันธมิตรธุรกิจใหญ่ระดับประเทศ ทำให้สังคมเกิดคำถามว่า “คริปโตเคอร์เรนซีกำลังถูก Disrupt ด้วยอุตสาหกรรมทุนใหญ่หรือไม่ ?” และ “สนามแข่งขัน Exchange จะเปลี่ยนไปอย่างไร ?”

#Agenda จับคู่ใหญ่ฟัดใหญ่ ดูสถานะของ Bitkub และ Binance
และประเด็นที่ควรจับตาบนตลาดเทรดคริปโตฯ ปี 2565 มีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกัน

Bitkub

แพลตฟอร์มเทรดคริปโตฯ สัญชาติไทยที่ก่อตั้งขึ้นในเดือน ก.พ. 2561 ก่อตั้งโดย สกลย์กร สระกวี อธิชนัน พูลเกษ และจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา คงเป็น Exchange ที่คนไทยคุ้นชื่อมากที่สุด ปัจจุบันเป็นเว็บเทรดที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดของไทย 

ข้อมูลที่น่าสนใจ 

– พันธมิตรสำคัญ คือ เครือธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
– จำนวนสกุลเงินบนกระดาน 57 สกุลเงิน 
– ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
– มูลค่าบริษัท 35,000 ล้านบาท (เป็น Startup ไทยระดับ Unicorn)
– มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท
– รายได้ปี 2563 อยู่ที่ 330 ล้านบาท เป็นกำไร 102 ล้านบาท
– รายได้ 9 เดือน ปี 2564 อยู่ที่ 3,279 ล้านบาท เป็นกำไร 1,533 ล้านบาท
– ประเด็นที่น่าจับตามองปี 2565 คือ Bitkub ตั้งเป้ารักษาฐานการเติบโต 10 เท่าจากส่วนของลูกค้าและรายได้ รวมถึงจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับพาร์ทเนอร์อีกหลายราย

Binance

แพลตฟอร์มเทรดคริปโตฯ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ก่อตั้งในปี 2560 โดย ‘ชางเพ็ง เจา’ (Changpeng Zhao) ชาวจีน-แคนาเดียน ข้อมูลของสำนักงานใหญ่เป็นปริศนาไม่ทราบที่ตั้งแน่ชัด Binance ประสบความสำเร็จในหลายประเทศ ขณะเดียวกันก็มีหลายประเทศที่แบนและไม่เชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย ปี 2564 พบว่ามีจำนวนบัญชีผู้ใหญ่ประมาณ 28.6 ล้านราย

ข้อมูลที่น่าสนใจ 

– พันธมิตรสำคัญ คือ GULF กัลฟ์ อินโนวา ในเครือบมจ.กัลฟ์เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ 
– จำนวนสกุลเงินบนกระดาน 398 สกุลเงิน
– มูลค่าซื้อขายมากเป็นอันดับ 1 ของโลก และมีจุดเด่นด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
– BNB เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดอันดับ 5 ของโลก
– มูลค่าบริษัท 1.6 ล้านล้านบาท
– มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาทต่อวัน
– รายได้ปี 2563 อยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท เป็นกำไร 29,619  ล้านบาท
– รายได้ปี 2564 อยู่ที่ 6.5 แสนล้านบาท (ยังไม่มีข้อมูลกำไร)
– ประเด็นที่น่าจับตามองปี 2565 คือ การดำเนินการของ Binance ในไทยเผชิญอุปสรรคจากการกำกับควบคุมโดยภาครัฐ เช่น ใบอนุญาต ผลกระทบการเก็บภาษีกำไรซื้อขายเงินดิจิทัลต่อผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดีมีการคาดการณ์ว่าอาจเริ่มทำตลาดจากฐานลูกค้าของ AIS ที่มีกว่า 43 ล้านบัญชี

การจับมือเป็นพันธมิตรของ Bitkub-SCB และ  Binance-GULF เป็นปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนโลกของ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ในประเทศไทย เนื่องจากจะทำให้การแข่งขันมีความดุเดือดมากขึ้น

นักลงทุนและคู่แข่งขันจะต้องจับตาว่ายักษ์ใหญ่รุ่นเฮฟวี่เวทสองรายจะมาสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบต่อโมเดลธุรกิจ Exchange ของไทยอย่างไร ผู้ให้บริการรายอื่น เช่น Zipmex, Bitazza, Satang Pro อาจจะต้องเร่งสปีด ปรับตัว ปรับปรุงแผนธุรกิจให้สามารถครองใจนักลงทุนได้ต่อไปบนสมรภูมิอันดุเดือด

Exit mobile version