ส่อง 6 บริษัทเทคโนโลยีมาแรง ที่กำลังขึ้นมาเบียดยักษ์ใหญ่ระดับโลก

Highlight

อยู่นานไม่ได้แปลว่าจะอยู่ตลอดไป

เมื่อกลุ่มยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีทั้งระดับโลกอย่าง FAANG (ประกอบด้วย Facebook(Meta), Amazon, Apple, Netflix, Google (Alphabet) และ Microsoft หรือบริษัทเทคฯ ระดับประเทศ ก็ยังถูกเทคฯ หน้าใหม่เข้ามาเบียดได้!

#Agenda จะพามาส่อง 6 บริษัทเทคโนโลยีมาแรง ที่กำลังจะก้าวขึ้นเบียดกับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก

จะมีบริษัทไหนที่น่าจับตามองบ้าง มาดูกัน! 

1) Naver

หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเสิร์ชเอนจินอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่น LINE ที่เราทุกคนรู้จักกันเป็นดี และด้วยความที่บริษัท Naver นั้นได้รวบรวมแหล่งความรู้ และสาระไว้มากมาย คล้ายกับเว็บ Google รวมไปถึงการเป็นเจ้าแรกในตลาด Naver จึงมีผู้ใช้งานทั่วโลกสูงถึงประมาณ 194 ล้านบัญชี นอกเหนือจากนี้ Naver ยังมีส่วนแบ่งการตลาดของเสิร์ชเอนจินมากกว่า Google ในเกาหลีใต้

2) The Sandbox

แพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงที่ผู้เล่นสามารถสร้าง และเป็นเจ้าของพื้นที่ในโลกเสมือนจริงได้อย่างอิสระ โดยที่ The Sandbox มุ่งเน้นที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ล้ำสมัยในโลก metaverse 

นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้จากการเล่นเกม บน Ethereum blockchain โดยจะใช้เหรียญ SAND เพื่อซื้อขายสินทรัพย์ในแพลตฟอร์ม

ซึ่งในปัจจุบัน The Sandbox มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 1.2 ล้านรายต่อเดือน และมีพาร์ตเนอร์มากกว่า 165 รายเช่น The Walking Dead, The smurfs, Care Bears และบริษัทด้านกีฬาชื่อดังอย่าง Adidas

3) Canva

เว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่นด้านกราฟิกดีไซน์ที่ง่ายต่อการใช้งาน ลดกระบวนการความยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้โปรแกรมออกแบบที่มีความซับซ้อนมาก่อน ซึ่งตอบโจทย์ Pain Point ของคนจำนวนมาก 

ไม่เพียงแค่นั้น Canva ยังมีลูกค้าเป็นองค์กรระดับโลกอย่าง American Airlines, Zoom และ Intel เป็นต้น

ปัจจุบัน Canva เปิดให้บริการกว่า 190 ประเทศ ผ่านกว่า 100 ภาษา และมีผู้ใช้มากกว่า 60 ล้านคนต่อเดือน

4) Twitch

เป็นแพลตฟอร์มที่โด่งดังอย่างมากในไทยและต่างประเทศ โดยเฉลี่ยแล้วมีคนชมสตรีมใน Twitch มากกว่า 10 ล้านคนต่อวัน และ Twitch ยังมีระบบสนับสนุนสตรีมเมอร์ผ่านทาง Bits! หรือ Prime Gaming ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของช่องอีกด้วย

Twitch มีค่าเฉลี่ยของจำนวนชั่วโมงการดูสตรีมอยู่ที่ 106 นาทีต่อคน และเมื่อคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดชั่วโมงสตรีม Twitch ครองอยู่ถึง 72% !

นอกจากนี้ Twitch ยังครองตลาดคอนเทนท์เกมอยู่ที่ 43% หรือกว่า 53,000 ล้านบาท มากกว่าคู่แข่งอย่าง Youtube ที่ได้ส่วนแบ่งการตลาดไปเพียงแค่ 36% หรือ 45,000 ล้านบาท

5) Stripe

ระบบตัวกลางที่ไว้ใช้รับเงินจากลูกค้าผ่านบัตรเครดิต เช่นเดียวกับ Paypal เพียงแต่ว่ามาในมาดที่ง่ายกว่า ยิ่งไปกว่านั้น Stripe ยังรองรับบัตรเครดิตชั้นนำรายต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Visa หรือ MasterCard รวมไปถึง JCB และยังรองรับสกุลเงินกว่า 100 สกุล ซึ่งในนั้นยังมีสกุลบาทไทยอีกด้วย 

6) KaKao

แอปพลิเคชั่นส่งข้อความ ‘KaKaoTalk’ โดยมี Line ของ Naver เป็นคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด KaKao ใช้วิธีควบรวม (M&A) และ Spinoffs เพื่อครอบคลุมธุรกิจบนดิจิทัลแพลตฟอร์มให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น KaKao Pay, KaKao Taxi, KaKao Webtoon เป็นต้น

ปัจจุบัน KaKao ได้กลายเป็นแอปพลิเคชั่นส่งข้อความอันดับ 1 ในเกาหลี แซงหน้าคู่แข่งอย่าง Line ไปในที่สุด

อยู่นานไม่ได้แปลว่าจะอยู่ตลอดไป มารอติดตามไปพร้อมกับ #AGENDA บริษัทเทคฯ หน้าใหม่บริษัทไหนที่จะก้าวมาเป็นอันดับหนึ่งของโลก

Exit mobile version